คนที่มีเงินเดือนสูงกว่าคือคนที่มีเงินมากกว่า (X)
การบริโภคที่ผิดพลาด อาจทำให้ผู้จัดการจนกว่าพนักงานระดับล่างได้ (O)
ใช้ค่าครองชีพในปัจจุบันประเมินค่าใช้จ่ายในอีกหลายสิบปีข้างหน้า (X)
ผ่านภาวะเงินเฟ้อ เงินเก็บในอดีตจะเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ (O)
เมื่อราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ราคาสินค้าก็พุ่งสูงขึ้นตาม
เงินที่เคยซื้อไก่ทอดได้หนึ่งชิ้นในตอนเด็ก ตอนนี้อาจจะซื้อชานมไข่มุกไม่ได้แม้แต่แก้วเดียว!
ยังไม่ต้องพูดถึงชีวิตปัจจุบันที่รายได้แทบจะเท่ากับรายจ่าย แต่ยังต้องพิจารณาค่าซื้อบ้าน ซื้อรถ แต่งงาน ค่าเลี้ยงดูบุตร ประกันภัย และค่ารักษาพยาบาล...
คุณจินตนาการออกไหมว่าในอีก 30 หรือ 40 ปีข้างหน้า ในวันที่เหลือแต่รายจ่ายแต่ไม่มีรายได้ ชีวิตจะเป็นอย่างไร?
ถ้าไม่รู้จักบริหารการเงิน อิสรภาพทางการเงินอาจไม่แน่นอน แต่วิกฤตล้มละลายนั้นแน่นอน!
◤จะทำอย่างไรเมื่อการจัดทำงบประมาณล่วงหน้าไม่เป็นไปตามแผน?◢
【วิธีบัญชีทางจิตวิทยา】
อนุญาตให้ตัวเองถอนเงินเพื่อการบริโภคจากบัญชีรายได้ที่จัดสรรไว้เฉพาะเท่านั้น ส่วนบัญชีออมทรัพย์ บัญชีหุ้น บัญชีตราสารหนี้ และบัญชีเกษียณอายุ ทั้งหมดถือเป็น "เขตหวงห้าม" สำหรับการใช้จ่าย
【กลยุทธ์ "ให้รางวัลตัวเองก่อน"】
หักเงิน 10%–15% จากรายได้เพื่อการออมก่อน จากนั้นบังคับตัวเองให้ใช้ชีวิตด้วยรายได้ที่เหลือ เมื่อทำการออมเรียบร้อยแล้ว รายได้ส่วนที่เหลือย่อมสามารถนำไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการอย่างอิสระ
◤การลงทุนและการบริหารเงินมีเคล็ดลับ อย่าหลับตาเดินตามกระแส!◢
【การซื้ออสังหาริมทรัพย์】
ตัดสินความเหมาะสมของราคาบ้านจาก "อัตราผลตอบแทนจากการเช่า" และ "กราฟราคาบ้านย้อนหลัง 10 ปี"
ราคาถูกเมื่อไม่มีใครซื้อ ราคาแพงเมื่อคนแย่งกันซื้อ
ซื้อเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในเมืองใหญ่: พื้นที่ที่เศรษฐกิจเติบโตช้าจะไม่มีผู้เช่ามาพยุงตลาด
จ่ายเงินดาวน์ 50% และระยะเวลาผ่อนชำระไม่ควรเกิน 7 ปี
【กองทุนต่างประเทศและหุ้น】
▍หากตลาดหุ้นทรุดตัวเกิน 50% ให้เริ่มสะสมรายเดือน
ตลาดหุ้นสากลทุกแห่งมักมีวงจร 7 ปี คือ จุดสูงสุด—จุดต่ำสุด—จุดสูงสุด
อย่ากังวลในช่วงจุดต่ำสุด ให้ลงทุนแบบ DCA ทุกเดือน เก็บเกี่ยวใน 3–5 ปี โดยปกติจะทำกำไรได้ 1–2 เท่า
▍เมื่อตลาดคึกคัก แสดงว่าใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว สามารถตามน้ำได้ แต่ต้องเป็นการเก็งกำไรระยะสั้น คือปล่อยขายภายใน 3 เดือนถึงครึ่งปี
เมื่อตลาดพังทลาย วันแรกอาจลดลง 30% และไม่กี่วันต่อมาอาจลดลง 50% หากไม่ปล่อยขายในจังหวะที่เหมาะสมช่วงจุดสูงสุด ก็อาจติดดอยได้
【พันธบัตรและดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร】
เมื่อดอกเบี้ยธนาคารสูงถึง 5% ขึ้นไป ลูกค้าไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เพราะดอกเบี้ย 5% ขึ้นไปเท่ากับอัตราผลตอบแทนจากการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมแล้ว
เมื่อแนวโน้มดอกเบี้ยลดลงในระยะยาว การซื้อพันธบัตรที่ให้ดอกเบี้ย 5%–7% ก็เป็นวิธีที่มั่นคงและไม่มีความเสี่ยง
◤อย่าเอาคำว่า "ไม่มีเงิน" มาเป็นข้ออ้าง ทุกคนมีแผนการเงินเฉพาะตัว!◢
【เงินเดือนเพียงสามหมื่นบาท ก็สามารถจัดสรรการเงินได้เหมาะสม】
สูตรการเงินคนทำงาน = 50% ป้องกัน (มั่นคง) + 25% รุกแบบปานกลาง (ความเสี่ยงต่ำ) + 25% รุกเต็มตัว (ความเสี่ยงสูง)
【จะกะเกณฑ์สัดส่วนการลงทุนอย่างไร? ใช้กฎ "80"!◢
นำ 80 ลบด้วยอายุปัจจุบัน แล้วคูณด้วย 100% ผลลัพธ์ที่ได้คือสัดส่วนที่ควรลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
[จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้]
บางคนใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเมื่อตอนเป็นวัยรุ่น โดยไม่เคยคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจในอีกหลายสิบปีข้างหน้า จนทำให้ชีวิตหลังเกษียณไร้ที่พึ่ง บางคนทำงานหนักและประหยัดอดออมแต่ก็เก็บเงินไม่อยู่ บางคนวางแผนจะซื้อบ้านซื้อรถแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นก้าวแรกอย่างไร หนังสือเล่มนี้จัดทำชุดวิธีการบริหารการเงินที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับคนทำงานในระดับเงินเดือนและช่วงอายุที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถรับมือกับปัญหาและวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ ได้อย่างสบายๆ
Miva วิธีอ่านหนังสือแบบใหม่ ต่อยอดจากหนังสือเสียง
ฟังได้เหมือนหนังสือเสียง แล้วถามอะไรก็ได้ทุกเมื่อ
เริ่มฟัง Miva เล่าเรื่องMiva ไม่ได้แค่อ่านให้ฟัง แต่ยังอธิบายต่อตามคำถามของคุณด้วย