การศึกษาบุตรคือถนนวันเวย์ที่ไม่มีการซ้อม
เราทำได้เพียงเรียนรู้ผ่านความเข้าใจและก้าวไปข้างหน้าผ่านการลองผิดลองถูก
► ผู้เชี่ยวชาญเคยกล่าวไว้ว่า การบ่มเพาะเด็กคนหนึ่งต้องใช้เวลาถึง 24 ปี
24 ปีเป็นกระบวนการที่ยาวนานเพียงใด ความยากลำบาก ความสุข ความเจ็บปวด และความกังวลใจในนั้นมีมากมายมหาศาล...
▎ ความ 'เห็นแก่ตัว' ของลูกไม่ใช่ความผิดของเขา
ลูกของฉันเห็นแก่ตัวมาก แค่ใครมาแตะของเล่นเขาก็จะตะโกนว่า 'นั่นของฉัน!'
เด็กที่เพิ่งเกิดมายังไม่มีตัวตน (Self) พวกเขาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโลก แต่เด็กจะสร้างตัวตนขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง ช่วงอายุ 2-3 ปีคือระยะการเติบโตของการรับรู้ตัวตน ในช่วงนี้เด็กๆ ปรารถนาที่จะมีสิทธิ์จัดการสิ่งของที่เป็นของตน คำติดปากของพวกเขาคือ 'ของฉัน' นี่คือการแสดงออกถึงจิตสำนึกแห่งตน พวกเขาแยกแยะตัวเองออกจากผู้อื่นผ่านการครอบครองสิ่งของของตนเอง ต่อเมื่อได้ครอบครองสิ่งนั้นพวกเขาจึงจะสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของ 'ฉัน' นี่ไม่ใช่พฤติกรรม 'เห็นแก่ตัว' ตามนิยามของผู้ใหญ่
▎ บอกลูกว่าโลกนี้มีรอยตำหนิ
สอนลูกตั้งแต่เด็กว่าต้องเป็นคนดี! ตราบใดที่ฉันปกป้องดีพอ ลูกก็จะไม่เจอคนเลว
ต่อหน้าลูก เรามักพยายามปกปิดด้านมืดของโลกเสมอ โดยคิดว่านั่นจะทำให้ลูกได้รับเพียงความอบอุ่นจากแสงแดด แต่เราไม่เคยคิดเลยว่า หากวันหนึ่งเขาต้องเผชิญกับความมืดมิดเขาจะทำอย่างไร? โลกนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบ มีทั้งความผิดหวังและความน่าเกลียด เด็กจำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันต่อสิ่งเหล่านี้ เพื่อที่พวกเขาจะได้มีทักษะในการเอาชนะความไม่สมหวังต่างๆ ในสังคม และรู้วิธีปกป้องตนเองในโลกกว้าง
▎ เมื่อเผชิญหน้ากับอุปสรรค อนุญาตให้ลูกอ่อนแอได้
การร้องไห้คือการแสดงความไม่เอาถ่าน เธอไม่ควรแสดงความอ่อนแอออกมา มันไม่ถูกต้อง เธอควรเรียนรู้ที่จะเข้มแข็ง
เมื่อลูกเผชิญกับอุปสรรคหรือความล้มเหลว ภายในใจของพวกเขาจะรู้สึกน้อยใจและสิ้นหวัง การร้องไห้จึงเป็นเรื่องปกติที่สุด หากไม่อนุญาตให้ลูกแสดงด้านที่อ่อนแอ พวกเขาจะกลายเป็นคนที่ไม่กล้าเปิดใจกับผู้อื่น กลายเป็นคนแข็งกระด้างและขาดอารมณ์ความรู้สึก เงื่อนไขของการทำให้เด็กเข้มแข็งคือการอนุญาตให้ลูกพึ่งพาเรา ให้ลูกสัมผัสได้ถึงความเข้าใจและการสนับสนุน จิตใจของพวกเขาจะอบอุ่นและมีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงขึ้น ซึ่งนี่คือพื้นฐานที่จะทำให้พวกเขาเข้มแข็งอย่างแท้จริง
★ จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้: ผู้เขียนบอกเล่าผ่านประสบการณ์จริงของตนเองและกรณีศึกษาที่พบเจอจากการทำงานด้านการศึกษามาหลายปี เพื่อบอกแม่ทุกคนที่รักลูกว่า จะรักลูกด้วยวิธีที่ดีได้อย่างไร หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงหนังสือเลี้ยงลูก แต่ยังเป็นคู่มือการฝึกฝนตนเองสำหรับคุณแม่อีกด้วย
Miva วิธีอ่านหนังสือแบบใหม่ ต่อยอดจากหนังสือเสียง
ฟังได้เหมือนหนังสือเสียง แล้วถามอะไรก็ได้ทุกเมื่อ
เริ่มฟัง Miva เล่าเรื่องMiva ไม่ได้แค่อ่านให้ฟัง แต่ยังอธิบายต่อตามคำถามของคุณด้วย