หากพ่อแม่เอาแต่ขัดจังหวะการพูดของลูก
สิ่งที่จะหายไปไม่ใชเพียงแค่เสียงของเด็ก แต่รวมถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดภายในครอบครัวด้วย
◎ เด็กจะไปรู้อะไร! สิ่งที่ฉันตัดสินใจให้คือโชคชะตาที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว!
◎ ไดอารี่ของลูกคือกล้องส่องทางไกลของฉัน นี่คือความห่วงใย ไม่ใช่การละเมิดสิทธิ์!
◎ จะแพ้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไม่ได้เด็ดขาด! แผนปั้นอัจฉริยะต้องเริ่มตั้งแต่ยังเล็ก!
◎ ฉันจะทำร้ายเขาได้ยังไง? ทุกอย่างที่ฉันทำก็เพื่อตัวเขาทั้งนั้น!
พ่อแม่หลายคนคิดว่าตราบใดที่มีจุดเริ่มต้นจากความรัก
ก็สามารถใช้คำว่า "การศึกษา" มาบังหน้าเพื่อทำอะไรกับลูกก็ได้
ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายด้วยคำพูด การละเมิดความเป็นส่วนตัว การลงโทษเกินกว่าเหตุ หรือการดุด่าทุบตี...
คุณคิดว่านั่นคือการอบรมสั่งสอน แต่ความจริงแล้วมันคือการใช้ความรุนแรง
▎เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงทางวาจา
── ระหว่างคำพูดที่ไพเราะกับคำพูดที่ร้ายกาจ คำพูดแบบไหนที่คุณอยากได้ยินมาตั้งแต่เด็ก
【ลูกฉัน ฉันคลอดมา ฉันเลี้ยงมา แล้วฉันจะด่าไม่ได้หรือไง?】
• แกเหมือนใครกันแน่? ทำไมถึงโง่เหมือนหมูแบบนี้!
• ลองเถียงอีกสิ! ฉันจะตบให้ตายเลย!
• เลิกโวยวายได้แล้ว! ไม่คิดบ้างหรือไงว่าใครหาข้าวให้กิน!
พ่อแม่บางคนเวลามีโทสะมักจะพูดจาไม่ยั้งคิด
เพียงเพราะว่าเป็นลูก "ของตัวเอง" จึงคิดว่ามีสิทธิ์จะด่าว่าอย่างไรก็ได้
ดังนั้นไม่ว่าคำพูดจะหยาบคายหรือทำร้ายจิตใจแค่ไหน พวกเขาก็พูดออกมาได้อย่างง่ายดาย
ใช่ คุณคือผู้ให้กำเนิดและให้การดูแลเขา
แต่โปรดอย่าลืมว่า การให้เขาเกิดมาคือความสมัครใจของคุณ และการเลี้ยงดูเขาคือหน้าที่ของคุณ
ลูกไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัว และไม่ใช่ทาสของพ่อแม่
ในฐานะพ่อแม่ คุณมีสิทธิ์อะไรไปพรากศักดิ์ศรีของลูก?
เด็กที่เติบโตมาท่ามกลางการดูถูกเหยียดหยาม จะมีศักดิ์ศรีที่บอบช้ำและมีความรู้สึกต่ำต้อยภายในใจ
ถ้าคุณไม่อยากให้ลูกเติบโตไปเป็นเหมือนทาสในอนาคต จงคืนศักดิ์ศรีให้แก่เขา!
▎เกี่ยวกับพฤติกรรมการก้าวก่ายเกินขอบเขต
── ระหว่างดอกไม้ในเรือนกระจกกับหญ้าข้างทาง ใครจะมีทักษะการเอาตัวรอดได้ดีกว่ากัน
【การรักลูกคือการวางแผนทุกย่างก้าวในอนาคตให้เขาอย่างนั้นหรือ?】
• เลิกเรียนแล้วไปเรียนพิเศษ เรียนพิเศษเสร็จก็ไปเรียนดนตรีต่อ!
• ตรวจสอบความคืบหน้าการอ่านหนังสือล่วงหน้า วางแผนตารางทบทวนบทเรียนให้เขาทั้งหมด!
• ครั้งนี้ได้ที่หนึ่งของห้อง ครั้งหน้าต้องได้ที่หนึ่งของโรงเรียน!
พ่อแม่หลายคนเพราะความรักจึงยอมทำทุกอย่างแทนลูก
ยิ่งพ่อแม่ทำให้มากเท่าไหร่ ลูกก็จะยิ่งทำอะไรไม่เป็นและขี้เกียจมากขึ้นเท่านั้น
ยิ่งพ่อแม่ตามใจและประคบประหงมมากเท่าไหร่ ลูกก็จะยิ่งไร้ความสามารถและขาดความกระตือรือร้นมากขึ้นเท่านั้น
คุณอาจวางทางเดินให้เขาได้ชั่วครั้งชั่วคราว แต่คุณไม่สามารถจัดการชีวิตให้เขาได้ตลอดไป
เส้นทางของลูกต้องให้เขาเลือกเอง และอนาคตของลูกต้องให้เขาเป็นผู้กำหนด
พ่อแม่ที่มีคุณภาพควรส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกนั่นคือ ──
การสอนให้เขารู้จักวิธีเอาตัวรอด การใช้ชีวิต และความสามารถในการสร้างสรรค์ ไม่ใช่การเข้าไปทำแทนทุกอย่าง
★ จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้: หนังสือเล่มนี้สนับสนุนให้พ่อแม่มอบพื้นที่อิสระในการพัฒนาตนเองให้แก่ลูก เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีความสุข เนื้อหาแบ่งออกเป็น 8 บท นำเสนอปัญหาต่างๆ ในการเลี้ยงดูลูกผ่านกรณีศึกษาจริงและนิทานที่ให้คติสอนใจ เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนต่างคาดหวังให้ลูกประสบความสำเร็จ แต่เงื่อนไขสำคัญอันดับแรกที่จะทำให้ความปรารถนานี้เป็นจริงคือ การปล่อยให้ลูกได้ใช้ชีวิตและเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่ลูกจะเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง
Miva วิธีอ่านหนังสือแบบใหม่ ต่อยอดจากหนังสือเสียง
ฟังได้เหมือนหนังสือเสียง แล้วถามอะไรก็ได้ทุกเมื่อ
เริ่มฟัง Miva เล่าเรื่องMiva ไม่ได้แค่อ่านให้ฟัง แต่ยังอธิบายต่อตามคำถามของคุณด้วย